เตรียมเปิดเอกชนร่วมทุนสร้าง ทางเชื่อมโทลล์เวย์-ด่วนศรีรัช วงเงิน 4.2 พันล้าน แก้รถติด

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการศึกษาความเหมาะสมโครงข่ายทางเชื่อมระหว่างทางยกระดับอุตราภิมุขและทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร เพื่อเสริมโครงข่ายการเดินทางและบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณคอขวด ให้ประชาชนเดินทางบนทางพิเศษโดยไม่ต้องลงสู่ถนนระดับพื้น ว่า สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ สังคม การเงิน ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และรูปแบบการลงทุนที่เหมาะสมโครงข่ายทางเชื่อมฯ เสร็จเรียบร้อยแล้วและนำเสนอต่อที่ประชุม

เบื้องต้นมีข้อสรุปจะก่อสร้างเป็นเป็นทางยกระดับทิศทางละ 2 ช่องจราจร จุดเริ่มต้นจากทางยกระดับอุตราภิมุขบริเวณต่างระดับรัชวิภา ไปตามแนวถนนกำแพงเพชร 2 ข้ามทางพิเศษศรีรัช ทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ข้ามคลองเปรมประชากรไปเชื่อมเข้ากับทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกฯ ระยะทางขาเข้า 1.4 ก.ม. และขาออก 2.3 ก.ม. โดยมีงบประมาณดำเนินการ ค่าก่อสร้าง 4,230.5 ล้านบาท และค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 272.67 ล้านบาท ส่วนการลงทุนนั้นจะใช้รูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐกับเอกชน (Public-Private Partnership : PPP) โดยการให้สัมปทานแก่เอกชน

นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กล่าวว่า สนข. จะเสนอรายละเอียดและรูปแบบการลงทุนให้คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) พิจารณาในเดือนมิ.ย. โดยจะเสนอให้ คจร. เห็นชอบให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เป็นเจ้าของโครงการและนำโครงการไปเปิดประมูลแบบ PPP

เบื้องต้นการลงทุนจะเป็น PPP แบบเฉพาะเจาะจงกับรายเดิม เพราะการลงทุนมีระยะเพียง 2 กิโลเมตร จึงไม่น่ามีเอกชนรายใหม่สนใจเข้ามาลงทุน ดังนั้นจึงใช้วิธีเจรจากับรายเดิม คือ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ผู้ให้บริการทางด่วนศรีรัชฯ และบริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT ผู้ให้บริการทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ โดยตอนนี้ สนข. ออกแบบรายละเอียดโครงการเรียบร้อยแล้ว แต่ยังต้องมีการจัดทำรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (EIA) และเวนคืนที่ดินประมาณ 1 ไร่เพิ่มเติม ซึ่งเอกชนจะต้องเป็นผู้ลงทุนค่าเวนคืนด้วยตัวเอง

นายชัยวัฒ์กล่าวต่อว่า เมื่อ คจร. เห็นชอบให้ กทพ. ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการแล้ว กทพ. ต้องเร่งเจรจากับเอกชนทั้ง 2 ราย ขอให้มีการเร่งรัดการก่อสร้าง ตอม่อจำนวน 9 ต้น วงเงินลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท ก่อน เพราะตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ ที่ทับซ้อนกับการสร้างรางของรถไฟฟ้าสายสีแดง ดังนั้นจะต้องสร้างตอม่อให้เสร็จก่อนที่จะสร้างราง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต้องรื้อย้ายรางภายหลัง แต่ถ้าเอกชนไม่พร้อมจะลงทุนตอม่อดังกล่าว กทพ. ก็จะลงทุนให้ก่อนและเก็บเงินจากเอกชนภายหลัง

นอกจากนี้ นายอาคมขอให้ สนข. ศึกษาเพิ่มเติมเพื่อเชื่อมระหว่างทางด่วนศรีรัชฯ ไปยังโครงการทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอน N2 คาดว่าการศึกษาใช้เวลาประมาณ 8 เดือนจึงได้ข้อสรุป